หน้าที่ของ รปภ. (พนักงานรักษาความปลอดภัย) โดยทั่วไปคือการป้องกันเหตุ เฝ้าระวัง และประสานงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อคนและทรัพย์สินในพื้นที่ที่รับผิดชอบ งานหลักที่พบได้ในเกือบทุกสถานที่ ได้แก่ การควบคุมการเข้าออก การตรวจตราพื้นที่ การจดบันทึกและรายงาน การแจ้งเหตุและประสานงานเมื่อมีเหตุผิดปกติ และการให้บริการช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ ส่วนรายละเอียดว่า รปภ. แต่ละจุดต้องทำอะไรบ้าง ควรตกลงกับผู้ว่าจ้างและเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

บทความนี้สรุปภาพรวมของงานรักษาความปลอดภัยแบบเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ ผู้จัดการอาคาร นิติบุคคล หรือผู้ที่กำลังศึกษาว่าอาชีพ รปภ. ทำงานอะไร โดยเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ขั้นตอนการทำงานของสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

รปภ. ย่อมาจากอะไร

รปภ. ย่อมาจากคำว่า “รักษาความปลอดภัย” (ร-ป-ภ มาจาก รักษา ความปลอดภัย) ในชีวิตประจำวันคนส่วนใหญ่ใช้คำว่า รปภ. เรียกแทนพนักงานหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนในภาษาอังกฤษมักใช้คำว่า security guard หรือ security officer

รปภ. มีบทบาทอะไรในภาพรวม

หลายคนนึกถึง รปภ. ว่าเป็นคนยืนเฝ้าประตู แต่ในความเป็นจริง งานรักษาความปลอดภัยคือการทำให้พื้นที่มี “คนที่คอยสังเกต” อยู่ตลอดเวลา การที่มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำจุดช่วยให้สิ่งผิดปกติถูกพบเร็วขึ้น ผู้มาติดต่อรู้ว่าต้องไปที่ไหน และเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นก็มีคนที่รู้ว่าต้องแจ้งใครเป็นลำดับแรก

บทบาทของ รปภ. จึงแบ่งได้กว้าง ๆ เป็น 3 ด้าน

สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ รปภ. ไม่ใช่เจ้าพนักงานตำรวจ อำนาจและขอบเขตการทำงานจึงต่างกัน เมื่อมีเหตุที่เกินขอบเขตงาน แนวทางที่เหมาะสมโดยทั่วไปคือการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรายงานผู้รับผิดชอบสถานที่

หน้าที่หลักของ รปภ. ที่พบได้ในเกือบทุกสถานที่

1. ดูแลการเข้าออกของคนและยานพาหนะ

จุดเข้าออกเป็นจุดที่ รปภ. ประจำบ่อยที่สุด งานโดยทั่วไปคือการต้อนรับและสอบถามผู้มาติดต่อ การแลกบัตรหรือลงชื่อตามระเบียบของสถานที่ การดูแลรถเข้าออก และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรภายในพื้นที่ ระดับความเข้มงวดขึ้นอยู่กับประเภทสถานที่และนโยบายของผู้ว่าจ้าง เช่น หมู่บ้านจัดสรรอาจเน้นการตรวจสอบผู้มาเยือนของลูกบ้าน ขณะที่โรงแรมจะเน้นการต้อนรับที่สุภาพควบคู่กับการสังเกต

2. ตรวจตราพื้นที่

การเดินตรวจหรือตรวจตราเป็นระยะช่วยให้พบสิ่งผิดปกติ เช่น ประตูที่ควรปิดแต่เปิดอยู่ ไฟส่องสว่างที่ดับ น้ำรั่ว กลิ่นไหม้ หรือสิ่งของที่วางทิ้งไว้ผิดที่ ความถี่และรูปแบบการตรวจตราควรกำหนดร่วมกับผู้ว่าจ้างตามลักษณะพื้นที่ และโดยทั่วไปมักปรับเปลี่ยนไม่ให้เป็นรูปแบบตายตัวจนคาดเดาได้

3. จดบันทึกและรายงาน

งานเอกสารเป็นส่วนที่คนภายนอกมองไม่ค่อยเห็น แต่สำคัญมาก รปภ. มักต้องบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน การเข้าออกของผู้มาติดต่อ การรับฝากของหรือกุญแจ และเหตุผิดปกติที่พบ บันทึกที่ชัดเจนช่วยให้ผู้ว่าจ้างย้อนดูข้อมูลได้ และช่วยให้เจ้าหน้าที่กะถัดไปรู้ว่ามีเรื่องใดต้องติดตามต่อ

4. แจ้งเหตุและประสานงาน

เมื่อพบเหตุผิดปกติ หน้าที่ของ รปภ. โดยทั่วไปคือประเมินสถานการณ์เบื้องต้น แจ้งผู้รับผิดชอบของสถานที่ และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อจำเป็น เช่น หน่วยดับเพลิง หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานที่ส่วนใหญ่จึงควรมีรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินและลำดับการแจ้งเหตุที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า

5. ช่วยเหลือและให้บริการผู้คนในพื้นที่

รปภ. มักเป็นคนแรกที่ผู้มาติดต่อพบ จึงมีงานบริการปะปนอยู่เสมอ เช่น บอกทาง ช่วยเรียกรถ ดูแลผู้สูงอายุหรือเด็กที่หลงทาง และรับเรื่องเบื้องต้น ในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต การสื่อสารกับคนต่างชาติได้ในระดับพื้นฐานจึงเป็นทักษะที่ช่วยให้งานราบรื่นขึ้น

6. ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยทั่วไป

นอกจากเรื่องอาชญากรรม รปภ. มักช่วยสังเกตความเสี่ยงด้านอื่น เช่น ทางหนีไฟถูกกีดขวาง พื้นลื่น หรืออุปกรณ์ชำรุด แล้วแจ้งฝ่ายที่รับผิดชอบเพื่อแก้ไข ทั้งนี้งานซ่อมบำรุงหรืองานทำความสะอาดโดยตรงไม่ใช่หน้าที่หลักของ รปภ. เว้นแต่จะตกลงกันไว้ชัดเจน

หน้าที่ รปภ. แตกต่างกันอย่างไรตามประเภทสถานที่

แม้หน้าที่หลักจะคล้ายกัน แต่จุดเน้นของแต่ละสถานที่ต่างกันค่อนข้างมาก ตัวอย่างโดยทั่วไป

เพราะความแตกต่างนี้ ก่อนเริ่มงานจึงควรมีการสำรวจพื้นที่และทำรายการหน้าที่ของแต่ละจุดให้ชัดเจน แทนการใช้รายการหน้าที่แบบเดียวกันทุกที่

สิ่งที่โดยทั่วไปไม่ใช่หน้าที่ของ รปภ.

ความเข้าใจผิดเรื่องขอบเขตงานเป็นสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างกับ รปภ. บ่อยครั้ง ตัวอย่างงานที่โดยทั่วไปไม่ควรถือเป็นหน้าที่หลัก หากไม่ได้ตกลงกันไว้

หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ รปภ. ทำงานเพิ่มเติม ควรตกลงกับบริษัทรักษาความปลอดภัยให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบกับงานหลักด้านความปลอดภัย

ทักษะและคุณสมบัติที่ช่วยให้ รปภ. ทำหน้าที่ได้ดี

ผู้ว่าจ้างควรตกลงเรื่องหน้าที่ รปภ. อย่างไร

วิธีที่ช่วยให้งานรักษาความปลอดภัยชัดเจนและวัดผลได้ คือการกำหนดหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกับบริษัท รปภ. ประเด็นที่ควรคุยกันโดยทั่วไป ได้แก่

หากกำลังเปรียบเทียบผู้ให้บริการ สามารถอ่านแนวทางเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีเลือกบริษัท รปภ. ภูเก็ต ซึ่งรวบรวมประเด็นที่ควรเช็กก่อนจ้าง

คำถามที่พบบ่อย

รปภ. มีอำนาจจับกุมคนร้ายได้หรือไม่

รปภ. ไม่ใช่เจ้าพนักงานตำรวจ จึงไม่มีอำนาจเหมือนตำรวจ แนวทางทั่วไปเมื่อพบเหตุคือการรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบันทึกข้อมูลไว้ให้มากที่สุด รายละเอียดด้านกฎหมายในแต่ละกรณีควรสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

รปภ. ต้องทำงานกี่ชั่วโมงต่อกะ

รูปแบบกะขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างกับบริษัทรักษาความปลอดภัย และต้องเป็นไปตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง จึงควรตกลงเรื่องเวลาทำงานและการสับเปลี่ยนพนักงานให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

รปภ. ต้องช่วยรับพัสดุหรือฝากของได้หรือไม่

หลายสถานที่ให้ รปภ. ช่วยรับพัสดุหรือของฝาก แต่ไม่ใช่หน้าที่ที่ตายตัว ถ้าต้องการให้ทำ ควรกำหนดระเบียบการรับ การบันทึก และการส่งมอบให้ชัดเจน เพื่อลดปัญหาของสูญหายหรือส่งผิดคน

รปภ. หนึ่งคนดูแลพื้นที่ได้กว้างแค่ไหน

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่ เพราะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ จำนวนทางเข้าออก ปริมาณผู้คน และระบบอื่นที่ใช้ร่วม เช่น กล้องวงจรปิด จำนวนที่เหมาะสมควรประเมินจากการสำรวจหน้างานจริง

สรุป

หน้าที่ของ รปภ. ครอบคลุมมากกว่าการเฝ้าประตู ตั้งแต่การดูแลการเข้าออก การตรวจตรา การจดบันทึก การแจ้งเหตุและประสานงาน ไปจนถึงการช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ แต่ละสถานที่มีจุดเน้นต่างกัน และงานบางอย่างโดยทั่วไปไม่ใช่หน้าที่ของ รปภ. หากไม่ได้ตกลงไว้ การกำหนดขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกับผู้ให้บริการจึงเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้งานรักษาความปลอดภัยชัดเจนและทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น

ปรึกษาเรื่อง รปภ. ในภูเก็ต

บริษัท รักษาความปลอดภัย เบสท์ เซฟ การ์ด จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย ทะเบียนเลขที่ ภก 2680007 ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ให้บริการในพื้นที่เมืองภูเก็ต กะทู้ ป่าตอง ถลาง ฉลอง และราไวย์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้าบริการรักษาความปลอดภัยภูเก็ต